ทำไมสำนักงานทนายความถึงไม่ใช้แมสทั่วไป

ทำไมสำนักงานทนายความถึงไม่ใช้แมสทั่วไป

หลายคนมองว่า “แมสเซ็นเจอร์ก็คือคนส่งของ” เรียกใครก็ได้ ขอแค่ไปถึงที่หมายให้ทัน เวลาอยู่นอกวงการกฎหมาย ความคิดนี้อาจไม่ผิดนัก แต่พอมาอยู่ในโลกของสำนักงานทนายความ คุณจะพบว่าเอกสารหนึ่งชุดมีน้ำหนักมากกว่ากระดาษหลายแผ่น มันเป็น “หลักฐาน” เป็น “เส้นตาย” และบางครั้งเป็น “ความอยู่รอดของคดี”

ผมเคยเห็นเคสที่เอกสารไปถึงศาลช้าแค่ไม่กี่นาที แล้วต้องเสียเวลาแก้เกมกันเป็นเดือน เคยเห็นหนังสือบอกกล่าวถูกส่งผิดคน ทำให้คู่กรณีรู้ตัวล่วงหน้า และกลายเป็นการเสียเปรียบในการเจรจา หรือเคยเห็นเอกสารคำร้องถูกจัดวางผิดชุด ทำให้แนบหลักฐานไม่ครบ ต้องกลับไปยื่นใหม่ ส่งผลให้ลูกค้าตั้งคำถามกับความเป็นมืออาชีพทั้งทีม

เพราะเหตุนี้ สำนักงานทนายความจำนวนมากจึง “ไม่เลือกใช้แมสทั่วไป” ไม่ใช่เพราะอยากจ่ายแพงกว่า แต่เพราะงานส่งเอกสารกฎหมายมีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่คนส่งเอกสารแบบทั่วไปมักไม่เข้าใจ และความเสี่ยงนั้นแปลงเป็นต้นทุนได้ทันที—ต้นทุนเวลา ต้นทุนคดี และต้นทุนความน่าเชื่อถือ

บทความนี้จะอธิบายเหตุผลเชิงลึกว่า ทำไมงาน ส่งเอกสารกฎหมาย จึงต้องการมาตรฐานบางอย่าง และ “แมสเซ็นเจอร์ทนายความ” ที่ดีต่างจากการส่งเอกสารทั่วไปตรงไหน


เอกสารกฎหมายไม่ใช่แค่ “ต้องถึง” แต่ต้อง “ถึงอย่างถูกต้อง”

การส่งเอกสารทั่วไป คนส่วนใหญ่สนใจ 2 เรื่องคือเร็วและปลอดภัย แต่เอกสารกฎหมายมีมิติที่เพิ่มขึ้นอีกชั้น คือ “ถูกขั้นตอน” และ “ถูกหลักฐาน”

คำว่า “ถึงอย่างถูกต้อง” ในโลกทนาย หมายถึง

  • ถึง หน่วยงาน ถูกที่ (ศาลไหน แผนกไหน)
  • ถึง บุคคล ถูกคน (เจ้าหน้าที่คนรับ/ฝ่ายรับคำร้อง/ผู้มีอำนาจรับหนังสือ)
  • ถึง เวลา ที่รับจริง (ภายในเวลาราชการ ภายในกำหนดที่ศาลรับยื่น)
  • มี หลักฐาน ที่ศาลหรือคู่กรณียอมรับ (ใบรับคำร้อง ตรารับ หนังสือตอบรับ หรือบันทึกการส่งที่ตรวจสอบย้อนกลับได้)

ความผิดพลาดจำนวนมากไม่ได้เกิดจาก “ขี่รถช้า” แต่มาจากการไปผิดจุด ยื่นผิดช่อง ยื่นไม่ครบชุด หรือไม่เข้าใจว่าหน้างานต้องใช้เอกสารประกอบอะไรเพิ่ม ทำให้เสียรอบ เสียเวลา และสร้างความเสี่ยงต่อคดีโดยไม่จำเป็น


1) เพราะงานศาลและหน่วยงานรัฐมี “กติกาหน้างาน” ที่ต้องรู้จริง

ถ้าคุณไม่เคยส่งเอกสารศาลมาก่อน จะคิดว่าไปถึงศาลก็ยื่นได้เลย แต่ของจริงมันมีรายละเอียดเยอะกว่านั้นมาก ทั้งจุดรับเอกสารที่แยกตามประเภทคดี การเข้าคิว การตรวจรูปแบบเอกสาร การจัดชุดเอกสารและสำเนา ไปจนถึงช่วงเวลาที่รับยื่น

แมสทั่วไปที่วิ่งงานหลากหลายมักเก่งเรื่อง “ไปให้ถึง” แต่ไม่ถนัดเรื่อง “ทำให้ผ่านด่าน” เพราะงานเขาไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับมือกับกติกาเฉพาะของศาลหรือกรมต่าง ๆ

ผมเคยเจอกรณีที่แมสไปถึงศาลทันเวลา แต่ถือเอกสารไปผิดช่อง ต้องเดินวนหาแผนกใหม่ พอถึงจุดรับจริงก็เลยเวลารับยื่นไปแล้ว สุดท้ายทีมทนายต้องสลับแผน ทำคำร้องใหม่ หรือยื่นในวันถัดไป ซึ่งบางเรื่องมัน “เลื่อนไม่ได้” เพราะเป็นกำหนดตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล

สิ่งที่แมสเซ็นเจอร์ทนายความที่ดีจะมี คือ “ความคุ้นเคยกับสนามจริง” รู้ว่าอาคารไหน ช่องไหน ใช้ขั้นตอนอะไร และรู้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่ทำให้เรื่องบานปลาย


2) เพราะเอกสารกฎหมายมีเรื่อง “ความลับและความละเอียดอ่อน” ที่มากกว่างานเอกสารทั่วไป

เอกสารในสำนักงานทนายมักมีข้อมูลที่ไม่ควรหลุดแม้แต่ส่วนเดียว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดข้อพิพาท ข้อมูลคู่กรณี ตัวเลขค่าเสียหาย ข้อตกลงทางธุรกิจ หรือแผนการเจรจา

แมสทั่วไปจำนวนมากทำงานแบบ “รับ-ส่ง-จบ” และมีรูปแบบการถือเอกสารที่ไม่ต่างจากเอกสารทั่วไป เช่น ใส่ซองธรรมดา วางไว้ในกล่องท้ายรถ หรือให้คนอื่นรับแทนโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ผู้รับอย่างจริงจัง

ในงานทนาย ความเสียหายจากข้อมูลหลุดไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวใหญ่ แค่คู่กรณีรู้ก่อนหนึ่งก้าวก็เปลี่ยนไพ่ในโต๊ะเจรจาได้แล้ว และความเสียหายแบบนี้มัก “พิสูจน์ยาก” แต่กระทบผลลัพธ์จริง

แมสเซ็นเจอร์ที่ทำงานกับสำนักงานทนายเป็นประจำมักจะมีวินัยเรื่อง

  • การปิดผนึกเอกสารและการส่งมอบแบบถึงมือ
  • ไม่เปิดดู ไม่ถ่ายรูป ไม่วางไว้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • สื่อสารเฉพาะข้อมูลจำเป็น (รู้เท่าที่ต้องรู้)
    สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องหรูหรา แต่คือมาตรฐานที่ทำให้สำนักงานทนายควบคุมความเสี่ยงได้

3) เพราะเอกสารกฎหมาย “ผูกกับเส้นตาย” และผลทางคดีจริง ๆ

งานทั่วไปช้าหน่อยอาจแค่เสียเวลานัด แต่เอกสารกฎหมายช้าหรือผิดขั้นตอนอาจทำให้

  • พลาดกำหนดยื่นคำร้อง/อุทธรณ์/ฎีกา
  • เสียสิทธิ์บางอย่างตามกำหนดเวลา
  • หรือทำให้ศาล “ไม่รับคำร้อง” เพราะรูปแบบไม่ครบ

ในงานจริง สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่ไปไม่ทัน แต่คือ “ไปทันแต่ไม่ผ่าน” เช่น เอกสารจัดชุดผิด แนบหลักฐานไม่ครบ สำเนาไม่ถูกต้อง หรือไม่มีตราประทับ/เอกสารประกอบตามที่หน่วยงานกำหนด

แมสทั่วไปอาจไม่รู้ว่าถ้าถูกตีกลับที่เคาน์เตอร์ ต้องทำอะไรต่อ บางคนเลือกโทรกลับมาถาม บางคนเลือกกลับออฟฟิศ ทั้งหมดคือเวลาที่ไหลออกไป และในงานทนาย เวลาคือสิ่งที่แพงมาก


4) เพราะการส่งเอกสารกฎหมายต้องมี “หลักฐานการส่งมอบ” ที่ใช้ต่อสู้ได้

สำนักงานทนายไม่ได้ต้องการแค่ “หลักฐานว่าส่งแล้ว” แต่ต้องการหลักฐานที่

  • ตรวจสอบย้อนกลับได้
  • ใช้ยืนยันกับลูกค้าได้
  • และบางกรณีใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางคดีได้

เช่น ใบรับคำร้อง ตรารับของศาล บันทึกการยื่น หนังสือตอบรับ หรือเอกสารที่ยืนยันการส่งมอบถึงผู้รับที่ถูกต้อง

แมสทั่วไปหลายรายให้หลักฐานแบบง่าย ๆ เช่น รูปหน้าตึกหรือข้อความว่า “ส่งแล้วครับ” ซึ่งเพียงพอในงานทั่วไป แต่ไม่พอในโลกกฎหมาย เพราะเวลามีข้อโต้แย้ง คุณต้องยืนบน “หลักฐานที่ยอมรับร่วมกัน” ไม่ใช่บนความทรงจำหรือคำบอกเล่า


5) เพราะสำนักงานทนายต้องการ “ความต่อเนื่องของคน” มากกว่าความเร็วเฉพาะกิจ

งานทนายมีเส้นทางซ้ำ ๆ เช่น ศาล หน่วยงานรัฐ สำนักงานคู่ค้า ธนาคาร หรือสำนักงานคู่ความเดิม ๆ การมีแมสที่คุ้นเคยกับเส้นทางและกติกาเดิม จะลดความผิดพลาดและลดงานประสานของทีมทนายอย่างเห็นได้ชัด

แมสแบบทั่วไปที่หมุนเวียนคนสูงหรือเปลี่ยนผู้รับงานทุกครั้ง จะทำให้คุณต้องอธิบายใหม่ซ้ำ ๆ และทุกครั้งที่อธิบายใหม่ คือโอกาสที่ข้อมูลจะหล่น

สำนักงานทนายจำนวนมากจึงยอมเลือก “คนที่รู้สนาม” มากกว่าคนที่ถูกสุดหรือเร็วสุด เพราะมันทำให้ระบบทำงานนิ่งขึ้น และความผิดพลาดลดลงในระยะยาว


มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: สิ่งที่มือใหม่มักพลาด และสิ่งที่สำนักงานทนายให้ความสำคัญจริง

สิ่งที่มือใหม่มักพลาด

หนึ่งคือคิดว่าเอกสารกฎหมายเหมือนเอกสารทั่วไป แล้วสั่งงานแบบสั้น ๆ เช่น “ไปยื่นศาลให้หน่อย” โดยไม่ได้ระบุแผนก ประเภทคดี จำนวนชุด หรือสิ่งที่ต้องได้กลับมา

สองคือไม่เตรียม “แผนสำรอง” หากถูกตีกลับ เช่น ถ้าศาลขอสำเนาเพิ่ม จะให้แมสกลับมาหรือให้รอ ถ้ารอได้ รอได้นานแค่ไหน ใครเป็นคนตัดสินใจหน้างาน

สามคือเก็บหลักฐานแบบกระจัดกระจาย อยู่ในแชตส่วนตัวของหลายคน พอคดีเดินไปหลายเดือนกลับมาหาเอกสารไม่เจอ ทั้งที่เรื่องแบบนี้ควรถูกจัดเก็บเป็นระบบตั้งแต่วันแรก

สิ่งที่แบรนด์พรีเมียม (และสำนักงานทนายมืออาชีพ) ให้ความสำคัญ

เขาไม่ได้ซื้อ “การขี่รถ” แต่ซื้อ “ความแน่นอน”
แน่นอนว่าผ่านขั้นตอน แน่นอนว่าหลักฐานครบ แน่นอนว่าเอกสารไม่หลุด และแน่นอนว่าเมื่อเกิดปัญหา มีคนรับผิดชอบช่วยแก้ให้จบ ไม่ปล่อยให้ทนายต้องออกจากงานหลักเพื่อไปตามเรื่อง


FAQ คำถามที่คนค้นหาจริงเกี่ยวกับส่งเอกสารกฎหมาย

1) ส่งเอกสารกฎหมายจำเป็นต้องใช้แมสเซ็นเจอร์เฉพาะทางทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็นทุกครั้ง เอกสารบางอย่างความเสี่ยงต่ำ ส่งทั่วไปได้ แต่ถ้าเป็นงานศาล งานที่มีเส้นตาย หรืองานที่ข้อมูลละเอียดอ่อน การใช้แมสที่เข้าใจบริบทกฎหมายจะลดโอกาสผิดพลาดมากกว่า

2) เอกสารประเภทไหนที่สำนักงานทนายมักไม่เสี่ยงใช้แมสทั่วไป?

เอกสารยื่นศาลที่มีเส้นตาย หนังสือบอกกล่าว/ทวงถามที่ต้องส่งถึงผู้รับที่ถูกต้อง สัญญาที่มีข้อมูลธุรกิจละเอียดอ่อน หรือเอกสารที่หายแล้วทำใหม่ยากและมีผลทางคดี

3) ถ้าแมสไปถึงศาลแล้วเอกสารถูกตีกลับ ควรทำอย่างไร?

ต้องมี “คำสั่งงานล่วงหน้า” ว่าจะให้ทำอะไร เช่น ให้รอเพื่อรับเอกสารเพิ่ม ให้โทรหาผู้ประสานงานคนไหน และต้องขอข้อมูลอะไรกลับมา (เหตุผลที่ถูกตีกลับ/สิ่งที่ขาด/ข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่) เพื่อแก้ให้ตรงจุด ไม่เสียรอบซ้ำ

4) หลักฐานแบบไหนที่ถือว่าเพียงพอสำหรับงานศาล?

โดยทั่วไปต้องเป็นหลักฐานที่หน่วยงานออกให้หรือรับรองได้ เช่น ตรารับ/ใบรับคำร้อง/ใบรับเอกสาร หรือบันทึกการยื่นที่ระบุวันเวลาและรายการเอกสารชัดเจน รูปหน้าตึกอย่างเดียวมักไม่พอ

5) แมสเซ็นเจอร์ทนายความต่างจากแมสทั่วไปตรงไหนในทางปฏิบัติ?

ต่างที่ความเข้าใจหน้างานและความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ “ส่งถึง” แต่ “ทำให้ผ่านขั้นตอน” เก็บหลักฐานให้ครบ และรู้วิธีสื่อสารกับเจ้าหน้าที่/คู่กรณีอย่างเหมาะสมโดยไม่ทำให้เรื่องลุกลาม

6) สำนักงานทนายควรจัดระบบการส่งเอกสารอย่างไรให้เสี่ยงน้อยลง?

เริ่มจากแยกประเภทงานตามความเสี่ยง กำหนดมาตรฐานคำสั่งงาน (ต้องระบุอะไรบ้าง) และกำหนดมาตรฐานหลักฐานที่ต้องได้กลับมา จากนั้นค่อยเลือกผู้ให้บริการให้เหมาะกับแต่ละประเภทงาน ระบบที่ดีจะลดงานวิ่งซ้ำและลดความเสี่ยงสะสมในระยะยาว


บทสรุป

เหตุผลที่สำนักงานทนายความจำนวนมากไม่ใช้แมสทั่วไป ไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์หรือความฟุ่มเฟือย แต่เป็นเรื่อง “การควบคุมความเสี่ยง” ในงานที่มีผลทางคดีจริง

งานส่งเอกสารกฎหมายต้องถึงถูกที่ ถูกคน ถูกเวลา และมีหลักฐานที่ยืนระยะได้ เมื่อคุณมองโจทย์แบบนี้ คุณจะเข้าใจทันทีว่า ทำไมสำนักงานทนายจึงให้ความสำคัญกับคนที่รู้สนาม มีวินัยเรื่องความลับ และทำงานแบบจบกระบวนการ มากกว่าคนที่แค่ไปเร็ว

และถ้าคุณกำลังจัดระบบงานเอกสารในสำนักงาน ไม่ว่าจะใช้ผู้ให้บริการแบบไหน คำถามสำคัญที่สุดคือ “งานนี้ต้องจบแบบไหน” เพราะเมื่อกำหนดความหมายของคำว่า ‘จบงาน’ ได้ชัด คุณจะเลือกวิธีส่งที่เหมาะกับคุณได้เองโดยไม่ต้องพึ่งดวงในการทำงานอีกต่อไป

ทำไมต้องเลือก TD Express ในการขนส่งเอกสาร

  1. บริษัท TD Express เปิดมานานกว่า 30 ปี มีประสบการณ์และความชำนานในการดำเนินธุรกิจแมสเซนเจอร์ มีลูกค้าใช้บริการต่อเนื่องกว่า 30 ปี
  2. ใช้บริการ TD Express ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  3. TD Express ให้บริการแมสเซนเจอร์ครอบคลุมกรุงเทพและปริมณฑล
  4. มีทีมงาน Admin Support สำหรับดูแลและประสานงานแก้ไขปัญหาระหว่างแมสเซนเจอร์ และลูกค้าทุกราย
  5. มีทีมแมสเซนเจอร์ทดแทนงาน 100 %
  6. พนักงานแมสเซนเจอร์ของเรามีความซื่อสัตย์และไว้ใจได้เนื่องจากมีการสัมภาษณ์และตรวจประวัติอาชญากรรม 100 %

TD Express Training
มีการฝึกอบรมพนักงานใหม่ก่อนส่งไปปฏิบัติงานจริงกับลูกค้าเพื่อให้พนักงานปฏิบัติงานกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Call Center (Service Tracking)
มีทีม Call center สำหรับให้ลูกค้าติดต่อประสานงานหรือติดตามงาน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น

ช่องทางการติดต่อ TD Express
Email : [email protected]
Tel : 02-562-0218 -9
Line : https://lin.ee/AeR1sIP
ข้อมูลเพิ่มเติม :
👉 https://www.tdexpress

Share:

Facebook
Privacy Overview

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เราสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่คุณได้ ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ต่างๆ เช่น การจดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานของเราเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณพบว่าน่าสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด