บริการแมสเซ็นเจอร์แต่ละรูปแบบต่างกันอย่างไร
บริษัทจำนวนไม่น้อยเลือกบริการแมสเซ็นเจอร์จาก “ราคาต่อเที่ยว” เป็นหลัก แต่เมื่อเริ่มใช้งานจริงกลับพบว่าค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าที่คาด งานบางวันไม่มีคนรับผิดชอบ หรือพนักงานภายในต้องเสียเวลาติดตามสถานะเอกสารอยู่ตลอด ปัญหาไม่ได้เกิดจากบริการแมสเซ็นเจอร์ไม่ดีเสมอไป แต่อาจเกิดจากการเลือกรูปแบบบริการที่ไม่ตรงกับลักษณะงานของบริษัท
บริการแมสเซ็นเจอร์สำหรับองค์กรโดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
- แมสเซ็นเจอร์รายเที่ยว หรือเรียกใช้เป็นครั้ง
- แมสเซ็นเจอร์เหมารอบ หรือจัดส่งหลายจุดในรอบเดียว
- แมสเซ็นเจอร์รายเดือน หรือจัดพนักงานประจำให้บริษัท
แต่ละรูปแบบเหมาะกับปริมาณงาน ความถี่ ระยะทาง ความเร่งด่วน และระดับการควบคุมที่แตกต่างกัน บริษัทจึงควรพิจารณา “ต้นทุนต่อกระบวนการ” ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าขนส่งที่ปรากฏในใบเสนอราคา
คำตอบแบบสั้น: บริษัทของคุณควรเลือกแบบไหน
- เลือกรายเที่ยว เมื่อมีงานส่งไม่แน่นอน ส่งเป็นครั้งคราว และแต่ละงานมีต้นทาง–ปลายทางชัดเจน
- เลือกเหมารอบ เมื่อมีเอกสารหลายจุดในวันเดียวกัน สามารถรวบรวมงานและจัดเส้นทางล่วงหน้าได้
- เลือกรายเดือน เมื่อมีงานแทบทุกวัน ต้องการคนดูแลประจำ และต้องการควบคุมต้นทุนในแต่ละเดือน
- ใช้แบบผสม เมื่อบริษัทมีงานประจำอยู่แล้ว แต่มีงานเร่งด่วนหรืองานต่างพื้นที่เพิ่มเติมเป็นบางช่วง
ไม่มีรูปแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกบริษัท รูปแบบที่เหมาะสมที่สุดคือรูปแบบที่ทำให้งานเสร็จตามกำหนด โดยมีต้นทุนรวมและภาระการบริหารต่ำที่สุด
1. บริการแมสเซ็นเจอร์รายเที่ยวคืออะไร
บริการแมสเซ็นเจอร์รายเที่ยว หรือ On-demand Messenger คือการเรียกใช้บริการเป็นงาน ๆ โดยกำหนดจุดรับ จุดส่ง ประเภทเอกสาร เวลานัดหมาย และเงื่อนไขของแต่ละงาน
ค่าบริการอาจคำนวณจากระยะทาง จำนวนจุด ความเร่งด่วน เวลารอ ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมตามที่ตกลงกับผู้ให้บริการ
ตัวอย่างงานที่เหมาะกับบริการรายเที่ยว
- ส่งสัญญาให้ลูกค้าลงนาม
- ส่งใบเสนอราคาหรือต้นฉบับเอกสาร
- วางบิลเดือนละไม่กี่ครั้ง
- รับเช็คจากลูกค้าเป็นครั้งคราว
- ส่งเอกสารด่วนไปยังสำนักงานกฎหมาย
- รับเอกสารจากหน่วยงานราชการ
- นำเอกสารจากสำนักงานใหญ่ไปยังสาขา
- ใช้บริการเฉพาะวันที่พนักงานบริษัทไม่ว่าง
ข้อดีของบริการรายเที่ยว
ข้อได้เปรียบสำคัญคือบริษัทจ่ายเฉพาะเมื่อมีงาน ไม่ต้องแบกรับต้นทุนในวันที่ไม่มีการจัดส่ง เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก บริษัทเปิดใหม่ หรือองค์กรที่เปลี่ยนมาใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่
ฝ่ายบัญชีสามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายเป็นรายงานได้ง่าย หากมีรายละเอียดต้นทาง ปลายทาง และผู้สั่งงานครบถ้วน
ข้อจำกัดของบริการรายเที่ยว
เมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้น การเรียกเป็นรายเที่ยวอาจทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกรณีที่แต่ละแผนกสั่งงานแยกกัน ทั้งที่สามารถรวมเส้นทางเดียวกันได้
นอกจากนี้ หากบริษัทเรียกงานในช่วงเร่งด่วนทุกครั้ง อาจเกิดปัญหาเรื่องพนักงานไม่เพียงพอ เวลารับงานไม่แน่นอน หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการรอและการเดินทางซ้ำ
บริการรายเที่ยวจึงควรมีระบบอนุมัติงานและบันทึกค่าใช้จ่าย ไม่ควรปล่อยให้แต่ละฝ่ายเรียกใช้โดยไม่มีการรวบรวมข้อมูล
2. บริการแมสเซ็นเจอร์เหมารอบคืออะไร
บริการแมสเซ็นเจอร์เหมารอบ คือการรวบรวมงานหลายจุดไว้ในรอบเดียว เช่น รอบเช้า รอบบ่าย รอบวางบิล หรือรอบรับเช็ค โดยวางแผนเส้นทางล่วงหน้าให้พนักงานดำเนินงานต่อเนื่อง
แนวคิดสำคัญของบริการรูปแบบนี้ไม่ใช่เพียง “ส่งหลายที่” แต่เป็นการบริหารลำดับงานให้ใช้เวลาและระยะทางอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างการจัดงานแบบเหมารอบ
บริษัทอาจมีรายการดังนี้
- 09.00 น. รับเอกสารจากสำนักงานใหญ่
- 10.00 น. วางบิลลูกค้ารายแรกที่รัชดาฯ
- 11.00 น. ส่งสัญญาที่อโศก
- 13.00 น. รับเช็คที่สาทร
- 14.30 น. นำเอกสารไปส่งสำนักงานบัญชี
- 16.00 น. กลับมาส่งหลักฐานที่บริษัท
หากเรียกเป็นรายเที่ยวทั้งหมด บริษัทอาจต้องจ่ายค่ารับงานหลายครั้ง และอาจมีพนักงานหลายคนวิ่งในพื้นที่ใกล้กัน แต่การเหมารอบช่วยรวมภารกิจไว้กับผู้รับผิดชอบคนเดียวหรือทีมเดียว
ข้อดีของบริการเหมารอบ
- ลดจำนวนเที่ยวซ้ำ
- ลดต้นทุนเฉลี่ยต่อจุด
- วางแผนเวลารับ–ส่งได้ล่วงหน้า
- เหมาะกับวันวางบิลหรือวันรับเช็ค
- ควบคุมลำดับเอกสารได้ง่าย
- ลดภาระการสั่งงานหลายครั้ง
- สามารถกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดได้ชัดเจน
ข้อจำกัดของบริการเหมารอบ
การเหมารอบต้องอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วน หากมีการเพิ่มจุดกะทันหัน เปลี่ยนเวลานัด หรือเอกสารไม่พร้อม อาจทำให้ตารางทั้งรอบล่าช้า
บริษัทควรกำหนดเวลาปิดรับงาน เช่น ส่งรายการก่อน 15.00 น. ของวันก่อนหน้า และแบ่งระดับความสำคัญของแต่ละจุด ได้แก่ งานที่มีเวลานัด งานที่ต้องเสร็จภายในวัน และงานที่ยืดหยุ่นได้
3. บริการแมสเซ็นเจอร์รายเดือนคืออะไร
บริการแมสเซ็นเจอร์รายเดือน คือการจัดพนักงานรับส่งเอกสารเข้าประจำบริษัทตามวันและเวลาที่ตกลง ลูกค้าสามารถมอบหมายงานในแต่ละวันได้ตามขอบเขตบริการ
รูปแบบนี้ให้ความรู้สึกคล้ายมีพนักงานแมสเซ็นเจอร์ประจำ แต่ผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลเรื่องการจัดบุคลากร การประสานงาน การทดแทนกำลังคน และเงื่อนไขด้านการปฏิบัติงานตามสัญญา
งานแบบใดควรใช้แมสเซ็นเจอร์รายเดือน
- บริษัทมีงานส่งเกือบทุกวัน
- มีหลายแผนกเรียกใช้งาน
- มีรอบวางบิลและรับเช็คจำนวนมาก
- ต้องส่งเอกสารระหว่างสำนักงานใหญ่และสาขา
- มีเอกสารต้นฉบับที่ต้องส่งภายในวัน
- ต้องการพนักงานที่เรียนรู้ขั้นตอนของบริษัท
- ต้องการลดภาระการสรรหาและจัดการพนักงานเอง
- ต้องการรายงานจำนวนงานและผลการดำเนินงานประจำเดือน
ข้อดีของบริการรายเดือน
ต้นทุนคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น
ค่าบริการหลักถูกกำหนดเป็นรายเดือน ฝ่ายบัญชีจึงจัดทำงบประมาณได้ง่ายกว่าการรวมค่าเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเงื่อนไขเรื่องค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ ล่วงเวลา และพื้นที่ให้บริการให้ชัดเจน
มีผู้รับผิดชอบประจำ
พนักงานสามารถเรียนรู้ขั้นตอนเฉพาะของบริษัท เช่น วันวางบิล ช่องทางเข้าอาคาร ผู้มีอำนาจรับเอกสาร และวิธีนำหลักฐานกลับมาส่ง ลดการอธิบายงานใหม่ทุกครั้ง
ลดภาระการบริหารบุคลากร
องค์กรไม่ต้องดำเนินการสรรหา ฝึกอบรม หรือจัดพนักงานสำรองด้วยตนเองทั้งหมด โดยควรเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบประสานงานและนโยบายทดแทนเมื่อพนักงานประจำไม่สามารถปฏิบัติงานได้
ข้อจำกัดของบริการรายเดือน
หากบริษัทมีงานน้อยมาก บริการรายเดือนอาจไม่คุ้มค่า การมีพนักงานประจำแต่ไม่มีเส้นทางหรือภารกิจเพียงพอทำให้ต้นทุนต่อจุดสูงกว่าการใช้รายเที่ยว
ก่อนทำสัญญาควรเก็บข้อมูลอย่างน้อย 1–3 เดือน ได้แก่ จำนวนจุดต่อวัน ระยะทาง เวลารอ งานล่วงเวลา และวันที่มีงานหนาแน่น เพื่อประเมินกำลังคนที่เหมาะสม
ตารางเปรียบเทียบบริการทั้ง 3 รูปแบบ
| หัวข้อ | รายเที่ยว | เหมารอบ | รายเดือน |
|---|---|---|---|
| ความถี่ของงาน | น้อยหรือไม่แน่นอน | หลายจุดเป็นบางวัน | มีงานเกือบทุกวัน |
| รูปแบบค่าใช้จ่าย | จ่ายตามงาน | จ่ายตามรอบหรือระยะเวลา | ค่าบริการประจำ |
| การวางแผนล่วงหน้า | น้อย | ต้องวางแผนเส้นทาง | วางแผนรายวัน/รายเดือน |
| ความยืดหยุ่น | สูง | ปานกลาง | สูงภายในขอบเขตสัญญา |
| ผู้รับผิดชอบประจำ | ไม่แน่นอน | ประจำเฉพาะรอบ | มีพนักงานประจำ |
| เหมาะกับ | งานเฉพาะกิจ | งานหลายจุด | งานองค์กรต่อเนื่อง |
| ความเสี่ยงหลัก | ค่าเที่ยวสะสม | ตารางล่มเมื่อข้อมูลเปลี่ยน | จ่ายเกินความจำเป็นหากงานน้อย |
วิธีคำนวณว่ารายเดือนคุ้มกว่ารายเที่ยวหรือไม่
อย่าเปรียบเทียบเฉพาะค่าเที่ยวกับค่ารายเดือน แต่ควรรวมต้นทุนต่อไปนี้
ต้นทุนบริการรายเที่ยวต่อเดือน
ค่าจัดส่งทั้งหมด
- ค่าทางด่วนและค่าจอดรถ
- ค่ารอ
- ค่างานด่วน
- เวลาพนักงานภายในที่ใช้สั่งและติดตามงาน
- ต้นทุนจากเอกสารล่าช้าหรือถูกตีกลับ
ต้นทุนบริการรายเดือน
ค่าบริการรายเดือน
- ค่าใช้จ่ายนอกขอบเขต
- ค่าล่วงเวลา
- ค่าเดินทางที่ไม่ได้รวมในแพ็กเกจ
- ค่าใช้จ่ายกรณีวิ่งนอกพื้นที่
หลังจากนั้นให้เปรียบเทียบจำนวนจุดที่ทำสำเร็จ เวลาที่ใช้ และอัตรางานผิดพลาดร่วมด้วย
บริการที่มีราคาต่ำกว่าอาจไม่ใช่บริการที่คุ้มกว่า หากฝ่ายบัญชีต้องเสียเวลาตามเอกสาร หรือบริษัทพลาดรอบวางบิลจนกระทบกระแสเงินสด
เกณฑ์ตัดสินใจ 7 ข้อ
1. จำนวนงานต่อเดือน
ตรวจสอบจำนวนงานจริง ไม่ใช่ประมาณจากความรู้สึก แยกเป็นงานส่ง งานรับ งานรอรับกลับ และงานหลายจุด
2. จำนวนวันที่มีงาน
บางบริษัทมี 100 จุดต่อเดือน แต่กระจุกอยู่เพียง 4 วัน กรณีนี้บริการเหมารอบอาจเหมาะกว่ารายเดือน
3. เวลานัดหมาย
หากงานส่วนใหญ่มีเวลารับวางบิลหรือรับเช็คเฉพาะ ควรเลือกบริการที่สามารถบริหาร Time Window ได้
4. ระยะทางและพื้นที่
งานที่กระจุกตัวในย่านเดียวกันเหมาะกับการเหมารอบ ส่วนงานที่กระจายหลายทิศทางทุกวันอาจต้องมีพนักงานประจำหรือจัดทีมมากกว่าหนึ่งคน
5. ระดับความสำคัญของเอกสาร
สัญญา เช็ค เอกสารบัญชี และเอกสารลับ ต้องมีขั้นตอนรับมอบและหลักฐานส่งมอบชัดเจน ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
6. ภาระของพนักงานภายใน
หากเจ้าหน้าที่บัญชีหรือธุรการใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการจองงาน อธิบายเส้นทาง และติดตามเอกสาร ควรนำต้นทุนเวลานี้มาคำนวณด้วย
7. ความพร้อมของผู้ให้บริการ
ตรวจสอบระบบประสานงาน พนักงานสำรอง การรายงานสถานะ การรับเรื่องเมื่อเกิดปัญหา และมาตรฐานการดูแลเอกสาร
ตัวอย่างการเลือกรูปแบบบริการ
บริษัท A: สำนักงานที่ปรึกษาขนาดเล็ก
มีงานส่งสัญญาและเอกสารเดือนละ 5–8 ครั้ง ไม่มีวันประจำ และแต่ละงานมีจุดหมายเดียว
รูปแบบที่เหมาะสม: รายเที่ยว
บริษัท B: ผู้จำหน่ายสินค้า B2B
มีการวางบิล 20 แห่งในช่วงวันที่ 25–28 ของทุกเดือน แต่ช่วงเวลาอื่นมีงานน้อย
รูปแบบที่เหมาะสม: เหมารอบในช่วงวางบิล และใช้รายเที่ยวสำหรับงานด่วน
บริษัท C: บริษัทขนาดกลางที่มีหลายแผนก
มีงานรับ–ส่งเอกสารทุกวัน วันละหลายจุด ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย และฝ่ายกฎหมายเรียกใช้ร่วมกัน
รูปแบบที่เหมาะสม: รายเดือน พร้อมระบบบันทึกงานและกำหนดผู้มีสิทธิสั่งงาน
บริษัท D: องค์กรที่มีพนักงานแมสเซ็นเจอร์อยู่แล้ว
มีพนักงานประจำ แต่บางวันมีงานล้น หรือมีปัญหาเมื่อพนักงานลา
รูปแบบที่เหมาะสม: ใช้พนักงานภายในเป็นหลัก และเสริมบริการรายวัน รายเที่ยว หรือเหมารอบ
รูปแบบผสมอาจเหมาะที่สุด
หลายองค์กรไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงรูปแบบเดียว ตัวอย่างเช่น
- ใช้แมสเซ็นเจอร์รายเดือนสำหรับเส้นทางประจำ
- ใช้เหมารอบในช่วงสิ้นเดือน
- ใช้รายเที่ยวสำหรับเอกสารด่วน
- ใช้บริการรายวันเมื่อพนักงานประจำลา
- แยกงานในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ผู้ให้บริการที่เหมาะสม
การออกแบบบริการแบบผสมช่วยให้บริษัทควบคุมต้นทุนได้ โดยไม่สูญเสียความยืดหยุ่นในวันที่มีงานมากกว่าปกติ
คำถามที่พบบ่อย
แมสเซ็นเจอร์รายเดือนเหมาะกับบริษัทที่มีงานกี่เที่ยวต่อวัน
ไม่มีจำนวนตายตัว ต้องพิจารณาระยะทาง เวลารอ และลักษณะงานร่วมกัน บริษัทควรเก็บข้อมูลการจัดส่งจริงก่อนเปรียบเทียบต้นทุนรายเดือนกับต้นทุนรายเที่ยว
เหมารอบต่างจากเหมาวันอย่างไร
เหมารอบมักกำหนดกลุ่มจุดและช่วงเวลาเฉพาะ ส่วนเหมาวันเป็นการจัดพนักงานให้ทำงานตามระยะเวลาที่ตกลงตลอดวันหรือครึ่งวัน
แมสเซ็นเจอร์รายเดือนวิ่งได้ไม่จำกัดจุดหรือไม่
ขึ้นอยู่กับสัญญา เวลาทำงาน พื้นที่ ระยะทาง และความเป็นไปได้ของเส้นทาง ควรกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนก่อนเริ่มบริการ
บริษัทมีงานไม่แน่นอนควรเลือกแบบไหน
เริ่มจากรายเที่ยวหรือรายวันก่อน เมื่อมีข้อมูลเพียงพอจึงประเมินว่าควรเปลี่ยนเป็นเหมารอบหรือรายเดือนหรือไม่
ต้องเปรียบเทียบราคาเพียงอย่างเดียวหรือไม่
ไม่ควร ควรเปรียบเทียบอัตราส่งสำเร็จ ความตรงเวลา หลักฐานส่งมอบ การประสานงาน พนักงานทดแทน และต้นทุนเวลาของบุคลากรภายในด้วย
สรุป
บริการแมสเซ็นเจอร์รายเที่ยวเหมาะกับงานเป็นครั้งคราว บริการเหมารอบเหมาะกับงานหลายจุดที่วางแผนล่วงหน้าได้ ส่วนบริการรายเดือนเหมาะกับบริษัทที่มีงานต่อเนื่องและต้องการผู้รับผิดชอบประจำ
ก่อนตัดสินใจ บริษัทควรนำข้อมูลการใช้งานจริงมาวิเคราะห์ทั้งจำนวนงาน เวลา ระยะทาง ความเสี่ยง และต้นทุนแฝง การเลือกรูปแบบบริการที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยลดเอกสารตกหล่น ลดภาระฝ่ายบัญชี และทำให้กระบวนการรับ–ส่งเอกสารตรวจสอบได้มากขึ้น
TD Express ให้บริการสำนักงานกฎหมายและบริษัทที่มีงานเอกสารสำคัญมาตลอดกว่า 30 ปี ด้วยระบบที่บันทึกทุกขั้นตอน พนักงานที่ผ่านการฝึกอบรม และทีม Admin ที่ดูแลทุกชิ้นงาน เพราะเราเชื่อว่าแมสเซ็นเจอร์ที่ดีไม่ใช่แค่คนส่งของเร็ว แต่คือคนที่เข้าใจว่าสิ่งที่กำลังส่งนั้นสำคัญแค่ไหน
ข้อดีของ TD Express
- บริษัท TD Express เปิดมานานกว่า 30 ปี มีประสบการณ์และความชำนานในการดำเนินธุรกิจแมสเซนเจอร์ มีลูกค้าใช้บริการต่อเนื่องกว่า 30 ปี
- ใช้บริการ TD Express ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- TD Express ให้บริการแมสเซนเจอร์ครอบคลุมกรุงเทพและปริมณฑล
- มีทีมงาน Admin Support สำหรับดูแลและประสานงานแก้ไขปัญหาระหว่างแมสเซนเจอร์ และลูกค้าทุกราย
- มีทีมแมสเซนเจอร์ทดแทนงาน 100 %
- พนักงานแมสเซนเจอร์ของเรามีความซื่อสัตย์และไว้ใจได้เนื่องจากมีการสัมภาษณ์และตรวจประวัติอาชญากรรม 100 %
TD Express Training
มีการฝึกอบรมพนักงานใหม่ก่อนส่งไปปฏิบัติงานจริงกับลูกค้าเพื่อให้พนักงานปฏิบัติงานกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Call Center (Service Tracking)
มีทีม Call center สำหรับให้ลูกค้าติดต่อประสานงานหรือติดตามงาน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น
ช่องทางการติดต่อ TD Express
Email : [email protected]
Tel : 02-562-0218 -9
Line : https://lin.ee/AeR1sIP
ข้อมูลเพิ่มเติม :
👉 https://www.tdexpress





