ทำไมหลายบริษัท “คิดว่าไม่จำเป็น” จนเจอวันที่งานสะดุดจริง
งานแมสเซ็นเจอร์เป็นงานที่คนมักมองว่าเรียบง่าย—มีเอกสารก็เอาไปส่ง มีของก็เอาไปวางไว้ปลายทาง ฟังดูเหมือนใครทำก็ได้ และในวันที่งานไม่เยอะ หลายบริษัทก็จัดคนภายในไปทำแทนได้จริง
แต่พอธุรกิจเริ่มโต เอกสารเริ่มมีรอบ มีเส้นตาย และเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย เช่น วางบิล รับเช็ค รับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย ส่งสัญญาให้เซ็น หรือส่งเอกสารบัญชีให้ทันปิดงบ “ความง่าย” จะหายไปทันที เพราะงานส่งเอกสารไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่มันคือ “ช่วงรอยต่อ” ของกระบวนการเงินและการอนุมัติ
ผมทำงานคลุกคลีในสายงานส่งเอกสารมานานเกิน 30 ปี เห็นความเสียหายที่เกิดจากเอกสารผิดรอบ ผิดคน หรือหายกลางทางมากพอจะบอกได้ว่า ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดเพราะรถติด แต่เกิดเพราะบริษัทไม่มีระบบรองรับงานที่ต้อง “สม่ำเสมอและตามรอยได้” และนี่คือจุดที่ แมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์ส เข้ามามีความหมาย—ไม่ใช่ในฐานะคนส่งของ แต่ในฐานะตัวช่วยที่ทำให้งานเอกสารเดินได้แบบไม่ต้องลุ้น
บทความนี้จะพูดถึงข้อดีแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สแบบลงรายละเอียดจากงานจริง ไม่เน้นคำสวย ๆ และไม่ชวนซื้อ แต่พออ่านจบคุณจะตัดสินใจเองได้ว่า งานของคุณควรอยู่ในมือทีมภายใน หรือควรให้บริการภายนอกเข้ามาช่วย
ความจริงของงานเอกสาร: ทำไม “คนส่ง” ถึงมีผลต่อเงินและความน่าเชื่อถือ
สิ่งหนึ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือมองงานแมสเซ็นเจอร์เป็นต้นทุนย่อย แต่ในองค์กรจริง งานนี้พ่วงกับสิ่งใหญ่กว่าเสมอ เช่น
- วางบิลช้า = เงินเข้าเลื่อนรอบ
- เอกสารผิดฝ่าย = งานอนุมัติไม่เริ่ม
- เอกสารหาย = ต้องออกใหม่ หรือเสียสิทธิ์บางอย่าง
- ไม่มีหลักฐานการรับ = เกิดข้อโต้แย้งและเสียเวลาตาม
ดังนั้นเวลาพูดถึง “ข้อดีของการใช้บริการแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์ส” แก่นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ประหยัดค่าแรง แต่คือ ลดความเสี่ยงของงานรอยต่อ และทำให้กระบวนการหลังบ้านเดินนิ่งขึ้น
ข้อดีของแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์ส ที่บริษัทใหญ่และ SME ได้ประโยชน์คนละมุม แต่คุ้มเหมือนกัน
1) ลดภาระการบริหารคนในงานที่ “สลับซับซ้อนกว่าที่คิด”
หลายบริษัทเริ่มจากมีพนักงานธุรการหรือแอดมินคนหนึ่งรับหน้าที่ส่งเอกสาร พองานมากขึ้นก็เพิ่มอีกคน หรือให้พนักงานคนเดิม “วิ่งเพิ่ม”
ปัญหาคือ งานส่งเอกสารไม่ใช่งานที่วัดจากจำนวนชิ้นอย่างเดียว แต่วัดจาก “เงื่อนไข” เช่น ต้องไปก่อนกี่โมง ต้องเจอใคร ต้องมีเอกสารแนบอะไร ต้องรับกลับอะไรมา
พอให้ทีมภายในทำ คุณต้องบริหารตาราง วิ่งแทนเวลาลา แก้ปัญหาเมื่อรถเสีย หรือรับมือกับช่วงงานพุ่งปลายเดือน เรื่องเหล่านี้กินเวลาผู้จัดการแบบเงียบ ๆ แต่หนัก
แมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สช่วยตัดภาระนี้ออกไปส่วนใหญ่ เพราะคุณซื้อ “ผลลัพธ์” ไม่ใช่ซื้อเวลาแรงงานคน และการจัดทีม/สำรองคนเป็นเรื่องของผู้ให้บริการ
2) ทำให้งานเอกสาร “ตามรอยได้” แบบมืออาชีพ
คำว่า “ส่งแล้ว” ไม่พอในโลกบัญชีและการเงิน คำถามที่ตามมาคือ ส่งให้ใคร รับเมื่อไร และรับอะไรไปบ้าง
องค์กรที่ทำงานเป็นระบบจะให้ค่าน้ำหนักกับหลักฐานการรับ (proof of delivery) และการตามรอยเอกสาร เพราะมันช่วยปิดช่องว่างที่ทำให้เกิดงานซ้ำ
จากเคสจริงที่เจอ งานส่วนใหญ่ไม่ได้หายแบบหายไปจากโลก แต่มัก “ค้างอยู่ตรงกลาง” เช่น ถึงอาคารแล้วแต่ยังไม่เข้ามือแผนกที่รับผิดชอบ หรือไปอยู่ที่จุดรับเอกสารกลางแล้วไม่มีคนหยิบเข้าระบบ
แมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สที่ทำงานเป็นมาตรฐานจะช่วยให้การส่งไม่ใช่การเดา แต่เป็นกระบวนการที่ตรวจสอบได้ ซึ่งสุดท้ายลดการโทรตามและลดความเครียดของทีมคุณเอง
3) ช่วยให้คุณ “คุมรอบ” งานสำคัญได้ โดยไม่ต้องพึ่งคนคนเดียว
ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงงานพีคที่เดาได้ เช่น ปลายเดือน/ต้นเดือน (เอกสารบัญชี ภาษี วางบิล), วันก่อนวันหยุดยาว, หรือช่วงปิดดีล
ปัญหาคือทีมภายในมักมีคนจำกัด และถ้าคนที่รับผิดชอบหลักลาป่วย ลากิจ หรือมีภารกิจอื่น งานเอกสารจะสะดุดทันที
หนึ่งในข้อดีแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สที่เห็นชัดคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะผู้ให้บริการมักมีระบบสำรองกำลังคนและการสับเปลี่ยนงาน ทำให้รอบส่งยังเดินได้ แม้คนหนึ่งคนจะไม่อยู่
4) ลดความเสี่ยงเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเอกสาร
เอกสารหลายชนิดไม่ใช่แค่กระดาษธรรมดา แต่มีข้อมูลที่ต้องระวัง เช่น สัญญา รายละเอียดราคา เอกสารภาษี เอกสารเงินเดือน หรือเอกสารธนาคาร
ในงานจริง ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ “หาย” แต่อยู่ที่เอกสารถูกเปิด ถูกสลับ หรือเกิดความคลุมเครือว่าเอกสารอยู่กับใคร
บริการแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สที่มีมาตรฐานจะซีเรียสกับเรื่องนี้มากกว่าที่คนทั่วไปคิด เช่น วิธีแพ็คเอกสาร วิธีส่งมอบ การระบุผู้รับ และการลดการถือเอกสารแบบลอย ๆ ตรงนี้เป็นความต่างเชิงคุณภาพที่ธุรกิจเริ่มเห็นค่าเมื่อเคยเจอปัญหาครั้งหนึ่งแล้ว
5) ภาพลักษณ์และมารยาทหน้างาน: เรื่องเล็กที่คู่ค้าจำได้
ประเด็นนี้ไม่ค่อยมีใครพูด แต่เป็นความจริงที่ผมเห็นมาตลอด: คนส่งเอกสารคือ “ตัวแทน” ของบริษัทคุณในวันที่คุณไม่ได้ไปเอง
เอกสารสัญญา วางบิล หรือเอกสารที่ต้องเข้าพบผู้บริหาร ถ้าคนส่งพูดจาไม่เหมาะสม ไม่เข้าใจขั้นตอน หรือจัดการหน้างานไม่ดี คู่ค้าจะจดจำภาพนั้น และมันสะท้อนกลับมาที่ทีมคุณ
บริษัทที่ใส่ใจมาตรฐานจึงมักเลือกแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สที่ทำงานเป็นระเบียบ เพราะไม่อยากให้ภาพลักษณ์สะดุดจากจุดเล็ก ๆ ที่ควบคุมได้
6) คุณจ่ายเพื่อ “ลดต้นทุนความผิดพลาด” ไม่ใช่แค่ค่าขนส่ง
ถ้าวัดแค่ราคาเที่ยวต่อเที่ยว คนมักเผลอเลือกแบบที่ดูประหยัด แต่ในโลกจริง ค่าเสียหายที่แพงที่สุดคือ “งานซ้ำ” และ “รอบเงินที่เลื่อน”
วางบิลช้า 3 วัน เงินเข้าเลื่อน 30 วันก็มี
เอกสารผิดฝ่าย 1 ชุด ทำให้อนุมัติไม่เริ่มทั้งสัปดาห์ก็เจอ
เอกสารหาย 1 ใบ อาจใช้เวลาไล่ขอใหม่เป็นเดือน
ดังนั้นการใช้แมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สที่คุมมาตรฐานได้ คือการซื้อ “ความนิ่งของระบบ” ซึ่งมักคุ้มกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะธุรกิจที่เริ่มมีเอกสารจำนวนมากและเริ่มมีรอบงานที่ชัด
ตัวอย่างสถานการณ์ใช้งานจริง: จุดที่เอาท์ซอร์สช่วยได้ชัด
ในงานประจำวัน ผมเห็น 3 สถานการณ์ที่เอาท์ซอร์สช่วยให้บริษัทหายใจโล่งขึ้นทันที
สถานการณ์แรกคือ “วางบิลหลายจุด” โดยเฉพาะธุรกิจที่มีลูกค้าองค์กรหลายราย ถ้าใช้คนภายในวิ่ง จะกลายเป็นทั้งวันหายไปกับการเดินทาง แต่ถ้าเอาท์ซอร์สเข้ามา ทีมภายในสามารถโฟกัสงานหลัก และคุมรอบวางบิลให้สม่ำเสมอขึ้น
สถานการณ์ที่สองคือ “งานรับกลับ” เช่น รับเช็ค รับเอกสารเซ็นกลับ รับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย งานแบบนี้ถ้าตามรอยไม่ดี จะมีข้อโต้แย้งง่ายและเสียเวลาตามมาก
สถานการณ์ที่สามคือ “เอกสารสำคัญที่ต้องถึงคนเฉพาะ” เช่น สัญญา เอกสารธนาคาร เอกสารจัดซื้อ ตรงนี้ความผิดพลาดเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ และเอาท์ซอร์สที่มีระบบจะช่วยลดโอกาสพลาด
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: มือใหม่มักพลาดตรงไหน และองค์กรที่มาตรฐานสูงคิดอะไรยาวกว่า
สิ่งที่มือใหม่มักพลาด: มองงานส่งเอกสารเป็นงานเสริม
พอมองเป็นงานเสริม ก็จะไม่มีมาตรฐาน เช่น ไม่ระบุผู้รับชัด ไม่ทำรายการเอกสารแนบ ไม่เผื่อเวลาเรื่องคิวรับเอกสารของปลายทาง และสุดท้ายกลายเป็นงานด่วนตลอด ทั้งที่จริง ๆ งานเอกสารควรเป็นงานที่ “คาดการณ์ได้”
สิ่งที่แบรนด์พรีเมียมให้ความสำคัญ: ความต่อเนื่องและความชัดเจน
ธุรกิจที่โตหรือองค์กรที่มีระบบจะคิดยาวกว่าวันนี้ เขาอยากให้กระบวนการหลังบ้านนิ่ง เพราะเมื่อระบบนิ่ง คนทำงานจะมีเวลาไปพัฒนางานอื่น
เขาไม่ได้มองเอาท์ซอร์สเป็นการโยนงานทิ้ง แต่มองเป็นการ “ล็อกมาตรฐาน” ให้งานที่สำคัญเดินได้ทุกเดือน
แนวคิดระยะยาว: อย่ารอให้เจ็บก่อนค่อยจัดระบบ
หลายบริษัทเริ่มจริงจังหลังจากเอกสารหายครั้งหนึ่ง หรือเงินเข้าเลื่อนเพราะวางบิลผิดรอบครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพง
ถ้าคุณเริ่มจัดระบบก่อนเจอเรื่องเหล่านี้ คุณจะลดค่าเสียหายแบบมองไม่เห็นได้มาก—ทั้งเวลา ความสัมพันธ์กับคู่ค้า และความกังวลของทีม
FAQ: คำถามที่คนค้นหาจริงเกี่ยวกับแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์ส
1) แมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์สเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
เหมาะกับธุรกิจที่มีเอกสารเกี่ยวกับเงิน/ภาษี/สัญญาเป็นประจำ หรือมีรอบส่งเอกสารชัด เช่น วางบิลรายสัปดาห์ ส่งเอกสารบัญชีทุกเดือน รับเช็คเป็นรอบ เพราะการมีระบบส่งที่นิ่งช่วยลดงานตามงานได้มาก
2) ใช้คนในบริษัทส่งเอกสารเองไม่ได้หรือ?
ทำได้ โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น แต่ต้องยอมรับว่าคุณจะต้องบริหารความเสี่ยงเรื่องคนลา งานพีค และการตามรอยเอกสารเอง ถ้าธุรกิจเริ่มโต งานส่งเอกสารจะเริ่มกินเวลางานหลักแบบไม่รู้ตัว
3) จะรู้ได้ยังไงว่าเราควรเปลี่ยนมาใช้เอาท์ซอร์ส?
สัญญาณที่ชัดคือเริ่มมีงานซ้ำ เช่น โทรตามบ่อย เอกสารตกหล่น ส่งผิดฝ่าย หรือทีมคุณต้องเผื่อเวลา “แก้ปัญหาเรื่องส่งเอกสาร” มากกว่างานจริง
4) เอกสารสำคัญมาก ควรเตรียมตัวยังไงก่อนส่ง?
ควรจัดเป็นชุด ชี้แจงผู้รับปลายทางให้ชัด (ชื่อแผนก/ชื่อผู้รับ/เบอร์ติดต่อ) และสแกนเก็บไว้ก่อนส่ง เพื่อให้ทีมทำงานต่อได้แม้เอกสารตัวจริงกำลังเดินทาง และลดปัญหาถ้าต้องตรวจย้อนหลัง
5) ใช้เอาท์ซอร์สแล้วจะช่วยลดงานด่วนได้จริงไหม?
ช่วยได้ ถ้าคุณตั้ง “รอบส่ง” ให้ชัด เพราะงานด่วนจำนวนมากเกิดจากการไม่มีรอบและไม่มีจุดรวมเอกสาร พอระบบนิ่ง งานด่วนจะกลายเป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่งานประจำ
6) ควรดูอะไรเป็นหลักเวลาจะเลือกผู้ให้บริการแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์ส?
ให้ดูเรื่องความสม่ำเสมอ การตามรอยได้ การส่งถึงผู้รับที่ถูกต้อง และการดูแลเอกสารให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ลดต้นทุนความผิดพลาดได้จริงในระยะยาว
บทสรุป: เอาท์ซอร์สไม่ใช่ทางลัด แต่คือการล็อกมาตรฐานให้ “เรื่องสำคัญไม่สะดุด”
ข้อดีของการใช้บริการแมสเซ็นเจอร์เอาท์ซอร์ส ไม่ได้อยู่ที่ทำให้คุณส่งเอกสารเร็วขึ้นอย่างเดียว แต่อยู่ที่ทำให้การส่งเอกสาร “เชื่อถือได้” มากขึ้น—ตามรอยได้ ส่งถูกคน ส่งถูกฝ่าย เอกสารเรียบร้อย และรอบงานนิ่ง
เมื่อธุรกิจเริ่มมีเอกสารที่เกี่ยวกับเงิน ภาษี และสัญญามากขึ้น งานส่งเอกสารจะไม่ใช่งานจุกจิกอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการทำงานหลังบ้าน
สุดท้าย คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อคำใคร แค่ลองประเมินจากงานจริงของคุณว่า ตอนนี้คุณเสียเวลาไปกับการตามเอกสาร แก้งานซ้ำ และลุ้นรอบเงินมากแค่ไหน ถ้าคำตอบคือ “เริ่มเยอะ” นั่นมักเป็นสัญญาณว่า ถึงเวลาให้ระบบที่นิ่งกว่าเข้ามาช่วยแล้ว.
ทำไมต้องเลือก TD Express ในการขนส่งเอกสาร
- บริษัท TD Express เปิดมานานกว่า 30 ปี มีประสบการณ์และความชำนานในการดำเนินธุรกิจแมสเซนเจอร์ มีลูกค้าใช้บริการต่อเนื่องกว่า 30 ปี
- ใช้บริการ TD Express ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- TD Express ให้บริการแมสเซนเจอร์ครอบคลุมกรุงเทพและปริมณฑล
- มีทีมงาน Admin Support สำหรับดูแลและประสานงานแก้ไขปัญหาระหว่างแมสเซนเจอร์ และลูกค้าทุกราย
- มีทีมแมสเซนเจอร์ทดแทนงาน 100 %
- พนักงานแมสเซนเจอร์ของเรามีความซื่อสัตย์และไว้ใจได้เนื่องจากมีการสัมภาษณ์และตรวจประวัติอาชญากรรม 100 %
TD Express Training
มีการฝึกอบรมพนักงานใหม่ก่อนส่งไปปฏิบัติงานจริงกับลูกค้าเพื่อให้พนักงานปฏิบัติงานกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Call Center (Service Tracking)
มีทีม Call center สำหรับให้ลูกค้าติดต่อประสานงานหรือติดตามงาน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น
ช่องทางการติดต่อ TD Express
Email : [email protected]
Tel : 02-562-0218 -9
Line : https://lin.ee/AeR1sIP
ข้อมูลเพิ่มเติม :
👉 https://www.tdexpress





